ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนได้เท่าไหร่ ต้องมีหลักฐานอะไร? (อัปเดตกฎหมายใหม่ 2567)

ฟ้องชู้และค่าทดแทนตามกฎหมายครอบครัว

สรุปข้อกฎหมาย (Executive Summary)

คู่สมรสมีสิทธิฟ้องเรียก "ค่าทดแทน" จากชู้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง แต่ต้องพิสูจน์ว่าชู้ "รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้ว" และ "แสดงตนโดยเปิดเผย" ว่ามีความสัมพันธ์กัน ศาลกำหนดค่าทดแทนตามฐานานุรูปตามมาตรา 1525 และต้องฟ้องภายในอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1529 นับแต่วันที่รู้ ทั้งนี้กฎหมายแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2567 เปลี่ยนถ้อยคำเป็น "คู่สมรส" ให้ครอบคลุมทุกเพศตามสมรสเท่าเทียม

เมื่อชีวิตคู่ต้องสั่นคลอนเพราะมีบุคคลที่สามเข้ามา หลายคนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและอยากเรียกร้องความรับผิดชอบจาก “ชู้” คำถามที่ทีมทนายความของเราพบบ่อยคือ “ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนได้จริงไหม ต้องมีหลักฐานแค่ไหน และได้เงินเท่าไหร่?” บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมอัปเดตกฎหมายที่เพิ่งแก้ไขใหม่ในปี 2567

ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนได้ตามกฎหมายข้อใด

สิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 โดยแบ่งเป็น 2 กรณีหลัก คือ (1) เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุที่อีกฝ่ายอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส (ตามมาตรา 1516 (1)) คู่สมรสมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากทั้งคู่สมรสที่ทำผิดและจากผู้ที่เป็นเหตุแห่งการหย่า และ (2) คู่สมรสมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้ หรือผู้ที่ “แสดงตนโดยเปิดเผย” ว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตนในทำนองชู้

หัวใจสำคัญ — ต้องพิสูจน์ “แสดงตนเปิดเผย” และ “รู้ว่ามีคู่สมรส”

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือต้องจับได้คาหนังคาเขาขณะร่วมประเวณี แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่กฎหมายให้น้ำหนักคือพฤติการณ์ที่ชู้ แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปอย่างเปิดเผย ว่ามีความสัมพันธ์ เช่น ไปไหนมาไหนด้วยกันฉันคู่รัก พักอาศัยหรือค้างคืนด้วยกัน หรือโพสต์ภาพในลักษณะคู่รักลงโซเชียล

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4261/2560 วางหลักไว้ชัดเจนว่า คู่สมรสมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากบุคคลภายนอกที่แสดงตนเปิดเผยเช่นนี้ได้ แม้ขณะฟ้องจะจดทะเบียนหย่าไปแล้วก็ตาม โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่าบุคคลภายนอกนั้นต้อง “รู้อยู่แล้ว” ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส แต่ยังจงใจเข้าไปละเมิดสิทธิ การรวบรวมหลักฐาน เช่น ภาพถ่าย แชต หรือพยานบุคคล จึงเป็นหัวใจของคดี

ค่าทดแทนได้เท่าไหร่ และต้องฟ้องภายในเมื่อไหร่

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนค่าทดแทนเป็นตัวเลขตายตัว แต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนด “ตามฐานานุรูป” แห่งฐานะของคู่ความและพฤติการณ์แห่งคดี ตามมาตรา 1525 กล่าวคือยิ่งพฤติการณ์ร้ายแรงและฐานะของคู่กรณีสูงเท่าใด ค่าทดแทนก็มีแนวโน้มสูงตามนั้น

ข้อที่ต้องระวังมากที่สุดคือ อายุความ เพราะมาตรา 1529 กำหนดให้ฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คู่สมรสผู้เสียหายรู้หรือควรรู้ถึงความสัมพันธ์ฉันชู้นั้น หากปล่อยให้เนิ่นนานเกินไปคดีจะขาดอายุความและหมดสิทธิเรียกร้องทันที

อัปเดตสำคัญ — กฎหมายฟ้องชู้ฉบับใหม่ปี 2567

เดิมมาตรา 1523 ใช้ถ้อยคำว่า “สามีหรือภริยา” และ “ชู้สาว” ซึ่งจำกัดเฉพาะคู่ชาย-หญิง ต่อมาได้มีการแก้ไขโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยเปลี่ยนถ้อยคำเป็น “คู่สมรส” ทำให้สิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ครอบคลุมคู่สมรสทุกเพศอย่างเท่าเทียมกัน

หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ การตั้งสติรวบรวมหลักฐานอย่างเป็นระบบและรีบปรึกษาทนายความก่อนอายุความ 1 ปีจะสิ้นสุด คือก้าวที่สำคัญที่สุดในการรักษาสิทธิของคุณ

← ดูบทความทั้งหมด ปรึกษาคดีนี้กับเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Related Articles

ต้องการคำปรึกษาเฉพาะคดีของคุณ?

ทีมทนายความ RPN Legal พร้อมวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและวางกลยุทธ์ให้คุณ