“เอารถไปคืนไฟแนนซ์ตั้งนานแล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงมีหมายศาลมาทวงเงินหลักแสนอีก?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่สร้างความสับสนให้คนไทยจำนวนมาก หลายคนเข้าใจผิดว่า เมื่อผ่อนรถไม่ไหว การขับรถไปจอดคืนที่ลานของไฟแนนซ์ก็ถือว่าจบกันและหนี้เป็นศูนย์ แต่ในทางกฎหมายมันไม่ได้จบง่ายแบบนั้นเสมอไปครับ
คืนรถแบบไหนที่ถูกฟ้องค่าส่วนต่างได้?
ปัจจัยสำคัญคือคุณคืนรถ “ตอนไหน” หากคืนรถหลังจากที่ผิดนัดชำระหนี้และถูกไฟแนนซ์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว ไฟแนนซ์จะถือว่าคุณเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อนำรถไปประมูลขายทอดตลาดได้ราคาต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ กฎหมายเปิดช่องให้ฟ้องเรียก “ค่าขาดราคา” จากคุณได้ครับ
คืนรถก่อนค้างงวด — ไฟแนนซ์ฟ้องไม่ได้เลย
ข่าวดีคือหากคุณนำรถไปคืนโดยที่ยังไม่เคยค้างชำระค่างวดแม้แต่งวดเดียว ถือว่าเป็นการสมัครใจบอกเลิกสัญญาด้วยกันทั้งสองฝ่าย (เลิกสัญญาโดยปริยาย) กรณีนี้ไฟแนนซ์จะไม่มีสิทธิมาฟ้องเรียกค่าขาดราคาหรือค่าเสียหายใดๆ จากคุณได้อีกเลยครับ
แม้ต้องจ่าย ทนายความช่วยลดได้มาก
ยอดเงินค่าส่วนต่างที่ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกมานั้นมักสูงเกินความจริงไปมาก หากมีทนายความช่วยต่อสู้คดี ศาลมักใช้ดุลพินิจปรับลดค่าเสียหายส่วนนี้ลงให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้นหากเริ่มผ่อนไม่ไหว การปรึกษาทนายความเพื่อวางแผนส่งมอบรถคืนอย่างถูกวิธี จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของคุณได้มหาศาลครับ