ทำสัญญาอย่างไรไม่ให้โดนโกง? (การทำ Due Diligence เบื้องต้น)

การร่างสัญญาและกฎหมายธุรกิจ

สรุปข้อกฎหมาย (Executive Summary)

สัญญาที่รัดกุมต้องเริ่มจากการตรวจสอบสถานะคู่สัญญา (Due Diligence) ก่อนเสมอ ว่ามีตัวตนจริง ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ และมีประวัติถูกฟ้องร้องหรือไม่ จากนั้นต้องระบุเงื่อนไขการผิดสัญญา เบี้ยปรับ และศาลที่มีเขตอำนาจ โดยเบี้ยปรับต้องอยู่บนพื้นฐานความเสียหายจริง มิฉะนั้นศาลมีอำนาจปรับลดลงได้

ในการทำธุรกิจร่วมทุน ซื้อขายที่ดิน หรือการลงทุนที่มีมูลค่าสูง “สัญญา” คือเกราะป้องกันทางกฎหมายตัวเดียวที่คุณมี แต่น่าประหลาดใจที่นักธุรกิจหลายคนกลับเลือกประหยัดงบโดยการดาวน์โหลด “สัญญาแบบร่างสำเร็จรูป” จากอินเทอร์เน็ตมาใช้ ซึ่งมักหละหลวมและนำไปสู่การถูกเอาเปรียบเมื่อเกิดข้อพิพาทครับ

Due Diligence — ตรวจสอบคู่สัญญาก่อนเซ็น

การทำสัญญาที่ปลอดภัยต้องเริ่มจากการตรวจสอบสถานะของคู่สัญญาก่อนเสมอ ว่าบริษัทนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ ใครคือผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริง และที่สำคัญคือมีประวัติถูกฟ้องร้องล้มละลายหรือไม่ครับ

เนื้อหาสัญญาที่ขาดไม่ได้

สัญญาที่ดีต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน มีกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขการชำระเงินที่วัดผลได้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ข้อกำหนดเรื่องการผิดสัญญาและเบี้ยปรับ” เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในการเรียกร้องค่าเสียหายได้ทันทีเมื่ออีกฝ่ายตุกติกครับ

เบี้ยปรับสูงเกินไป ศาลปรับลดได้

การกำหนดเบี้ยปรับไว้สูงลิ่วเกินความเป็นจริง ศาลมีอำนาจปรับลดลงให้เหมาะสมได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ดังนั้นเบี้ยปรับต้องอยู่บนพื้นฐานความเสียหายจริง และควรระบุศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีไว้ด้วย การให้ทนายความช่วยร่างและตรวจสอบสัญญาก่อนจรดปากกาเซ็น จึงเปรียบเสมือนการซื้อประกันความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุดครับ

← ดูบทความทั้งหมด ปรึกษาคดีนี้กับเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Related Articles

ต้องการคำปรึกษาเฉพาะคดีของคุณ?

ทีมทนายความ RPN Legal พร้อมวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและวางกลยุทธ์ให้คุณ