เป็นหนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อจนโดนหมายศาล ต้องไปศาลไหม รับมืออย่างไร?

หนี้บัตรเครดิตและหมายศาล

สรุปข้อกฎหมาย (Executive Summary)

การได้รับหมายศาลคดีหนี้บัตรเครดิตไม่ใช่จุดจบ แต่คือโอกาสเจรจาขอลดดอกเบี้ยและผ่อนชำระ หากไม่ไปศาลจะถูกพิพากษาฝ่ายเดียวและถูกอายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์ได้ นอกจากนี้หนี้บัตรเครดิตมีอายุความเพียง 2 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) ซึ่งทนายความสามารถยกขึ้นต่อสู้ได้

เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจรุมเร้าจนหมุนเงินไม่ทันและผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ไหว สิ่งที่ตามมาและสร้างความวิตกกังวลให้หลายคนคือการได้รับ “หมายศาล” หลายคนตกใจกลัวจนเลือกที่จะหนีปัญหา ปิดบ้าน หรือเพิกเฉยไม่ยอมไปศาลตามนัด ซึ่งในฐานะทนายความขอบอกเลยว่านั่นคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดครับ

หมายศาลคืออะไร ต้องกลัวไหม?

การได้รับหมายศาลไม่ได้แปลว่าคุณคืออาชญากรหรือจะต้องติดคุก เพราะนี่เป็นเพียงกระบวนการทางคดีแพ่งที่สถาบันการเงินใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หากคุณไม่ไปศาล ศาลจะถือว่าขาดนัดพิจารณาและพิพากษาคดีฝ่ายเดียวให้คุณแพ้คดีเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยปรับมหาศาล ผลที่ตามมาคือการถูกอายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดครับ

การไปศาลคือโอกาสทอง

ในทางกลับกัน การไปศาลคือ “โอกาสทอง” ในการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ย (Haircut) และขอผ่อนชำระเป็นงวดๆ แบบที่คุณรับภาระไหว ศาลและเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยินดีเจรจามากกว่าจะไปตามบังคับคดีซึ่งยุ่งยากกว่ามากครับ

ตรวจสอบอายุความ — อาจหลุดพ้นหนี้ได้เลย

สิ่งสำคัญที่ทนายความจะช่วยตรวจสอบคือเรื่อง “อายุความ” หนี้บัตรเครดิตมีอายุความเพียง 2 ปีนับแต่วันที่ผิดนัดชำระครั้งสุดท้าย หากธนาคารฟ้องช้าเกิน 2 ปี ทนายความสามารถยื่นคำให้การต่อสู้เรื่องคดีขาดอายุความ ซึ่งจะทำให้คุณหลุดพ้นจากหนี้ก้อนนั้นทางกฎหมายได้เลย แต่ศาลจะไม่ยกเรื่องอายุความขึ้นเอง ทนายความต้องเป็นผู้ยกขึ้นต่อสู้เท่านั้นครับ

ดังนั้นเมื่อได้รับหมายศาล ให้ตั้งสติ รวบรวมสลิปการจ่ายเงินครั้งสุดท้าย และนำเอกสารมาปรึกษาทนายความเพื่อหาทางออกที่ปลอดภัยที่สุดครับ

← ดูบทความทั้งหมด ปรึกษาคดีนี้กับเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Related Articles

ต้องการคำปรึกษาเฉพาะคดีของคุณ?

ทีมทนายความ RPN Legal พร้อมวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและวางกลยุทธ์ให้คุณ