เซ็นค้ำประกันแล้วลูกหนี้หนี คนค้ำต้องรับผิดชอบแค่ไหน?

กฎหมายค้ำประกัน

สรุปข้อกฎหมาย (Executive Summary)

กฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ (2558) คุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างเข้มข้น ห้ามกำหนดให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เจ้าหนี้ต้องบังคับคดีกับลูกหนี้ตัวจริงก่อน และต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วันหากลูกหนี้ผิดนัด มิฉะนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

ความเห็นใจและไว้เนื้อเชื่อใจคนรู้จักมักนำพาความเดือดร้อนมาให้เสมอ โดยเฉพาะการจรดปากกา “เซ็นค้ำประกัน” ไม่ว่าจะเป็นค้ำประกันเงินกู้ ค้ำประกันการทำงาน หรือค้ำประกันซื้อรถ ซึ่งหลายครั้งมักลงเอยด้วยการที่ลูกหนี้ตัวจริงหนีหายเข้ากลีบเมฆ ปล่อยให้คนค้ำประกันต้องรับกรรม แต่ข้อควรทราบคือ กฎหมายไม่ได้โหดร้ายกับผู้ค้ำประกันเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้วครับ

กฎหมายค้ำประกันใหม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

กฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558) ถูกแก้ไขเพื่อทลายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681/1 กำหนดว่า “ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นตกเป็นโมฆะ” เจ้าหนี้จึงไม่สามารถมาทวงเงินหรือยึดทรัพย์คนค้ำประกันทันทีได้อีกต่อไปครับ

เจ้าหนี้ต้องทำอะไรก่อนจะมาฟ้องคนค้ำ?

เจ้าหนี้มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องไปตามสืบทรัพย์และบังคับคดีเอากับ “ลูกหนี้ชั้นต้น” ให้ถึงที่สุดเสียก่อน นอกจากนี้หากลูกหนี้ผิดนัดชำระ เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวแจ้งให้คนค้ำประกันทราบภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด หากแจ้งล่าช้า คนค้ำจะหลุดพ้นจากภาระดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทันทีครับ

หากตกเป็นจำเลยเพราะค้ำประกัน ควรทำอย่างไร?

หากคุณกำลังตกเป็นจำเลยเพราะไปค้ำประกันให้คนอื่น อย่าเพิ่งถอดใจยอมจ่าย ให้ทนายความตรวจสอบสัญญาและใช้สิทธิต่อสู้ตามช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณครับ

← ดูบทความทั้งหมด ปรึกษาคดีนี้กับเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Related Articles

ต้องการคำปรึกษาเฉพาะคดีของคุณ?

ทีมทนายความ RPN Legal พร้อมวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและวางกลยุทธ์ให้คุณ