ในวันที่ถูกเรียกเข้าห้องและได้รับแจ้งว่า “บริษัทขอเลิกจ้าง” ลูกจ้างหลายคนตกใจจนเซ็นเอกสารหรือรับเงินก้อนเดียวไปโดยไม่รู้ว่าตามกฎหมายแล้วตนเองมีสิทธิได้รับเงินมากกว่านั้น บทความนี้สรุปให้ชัดว่าถูกเลิกจ้างแล้วได้เงินอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ที่เรียก “ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม” เพิ่มได้
ถูกเลิกจ้างได้เงินกี่ก้อน
หากถูกเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสูงสุดถึง 3 ก้อนที่แยกจากกัน ได้แก่ (1) ค่าชดเชยตามอายุงาน ตามมาตรา 118 (2) ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) กรณีนายจ้างเลิกจ้างกะทันหันโดยไม่บอกล่วงหน้าตามกฎหมาย และ (3) ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 49 ทั้งสามก้อนนี้เรียกพร้อมกันได้ ไม่ใช่ทางเลือกแทนกัน
ค่าชดเชยตามอายุงาน (มาตรา 118)
ค่าชดเชยคำนวณจาก “ค่าจ้างอัตราสุดท้าย” ตามระยะเวลาทำงาน โดย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้เพิ่มอัตราขั้นสูงสุดจากเดิม 300 วันเป็น 400 วัน อัตราปัจจุบันมี 6 ขั้น ดังนี้
- ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี: ได้ค่าชดเชย 30 วัน
- ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี: 90 วัน
- ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี: 180 วัน
- ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี: 240 วัน
- ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี: 300 วัน
- ครบ 20 ปีขึ้นไป: 400 วัน
ข้อสำคัญคือการ “เกษียณอายุ” ก็ถือเป็นการเลิกจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอัตรานี้เช่นกัน
กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (มาตรา 119)
อย่างไรก็ตาม มาตรา 119 กำหนดข้อยกเว้นว่านายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหากเลิกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานกรณีร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างจึงมักอ้างเหตุเหล่านี้เพื่อเลี่ยงการจ่าย ซึ่งเป็นจุดที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
”เลิกจ้างไม่เป็นธรรม” — เรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ (มาตรา 49)
แม้นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยครบถ้วน แต่ถ้าการเลิกจ้างนั้น ไม่มีเหตุอันสมควรเพียงพอ ก็ยังถือเป็น “การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม” ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ได้ ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7213/2546 วางหลักว่ามาตรานี้ให้อำนาจศาลแรงงานใช้ดุลพินิจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างเดิม หรือหากทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้ศาลกำหนดค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้แทน โดยพิจารณาจากอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อนเมื่อถูกเลิกจ้าง และมูลเหตุแห่งการเลิกจ้างประกอบกัน
ต้องทำอย่างไรเมื่อถูกเลิกจ้าง
ก่อนเซ็นเอกสารหรือรับเงินใด ๆ ควรเก็บหลักฐานให้ครบ เช่น หนังสือเลิกจ้าง สลิปเงินเดือน สัญญาจ้าง และข้อบังคับการทำงาน แล้วนำมาให้ทนายความคำนวณสิทธิที่แท้จริง คดีแรงงานสามารถฟ้องต่อศาลแรงงานได้โดยตรงและไม่มีค่าธรรมเนียมศาล จึงเป็นช่องทางที่ลูกจ้างเข้าถึงได้ง่ายเพื่อเรียกร้องสิทธิที่ตนพึงได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย