ปีนี้มีลูกความหลายรายเดินเข้ามาด้วยเรื่องเดียวกัน ขายของออนไลน์ ลูกค้าโอนมาจ่าย อีกสองวันบัญชีถูกระงับทุกบัญชีในชื่อตัวเอง ถอนเงินเดือนไม่ได้ จ่ายค่างวดไม่ได้ และไม่มีใครบอกว่าเพราะอะไร ปัญหานี้เกิดจากมาตรการปราบบัญชีม้าที่จำเป็น แต่ผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลงเยอะจนหน่วยงานต้องออกช่องทางแก้เมื่อกลางเดือนกันยายน 2568 บทความนี้สรุปว่าต้องทำอะไรตามลำดับครับ
ทำไมถึงโดน
ตาม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ธนาคารต้องระงับบัญชีที่อยู่ในเส้นทางเงินของคดีหลอกลวง เมื่อผู้เสียหายแจ้งความ เงินที่ถูกหลอกจะถูกไล่ตามเป็นทอด บัญชีม้าโอนไปบัญชีไหน บัญชีนั้นถูกระงับ และถ้าบัญชีนั้นโอนต่อไปให้ใครอีก บัญชีปลายทางก็ถูกระงับด้วย
คนที่โดนโดยไม่รู้ตัวจึงมักเป็น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่รับเงินจากลูกค้าซึ่งใช้บัญชีม้าจ่าย คนที่รับเงินคืนจากเพื่อนหรือญาติที่บัญชีมีปัญหา และคนที่ขายทรัพย์สินแล้วผู้ซื้อจ่ายด้วยเงินที่หลอกมา ระบบระงับก่อน พิสูจน์ทีหลัง
บัญชีที่ถูกระงับแบ่งเป็นระดับ ซึ่งกำหนดว่าใครมีอำนาจปลด
- ระงับชั่วคราวโดยธนาคาร จากระบบตรวจจับความเสี่ยง ยังไม่มีคดี ปลดได้เร็วที่สุด
- บัญชีที่มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว อยู่ในอำนาจของตำรวจไซเบอร์ (สอท.)
- บัญชีที่ ปปง. ประกาศ หรือที่เรียกว่าบัญชีม้าดำ ต้องดำเนินการผ่าน ปปง. และตำรวจไซเบอร์ ใช้เวลานานที่สุด
ช่องทางที่ 1 โทร AOC 1441 กด 2
ช่องทางนี้ตั้งขึ้นสำหรับผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะ โทรศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) 1441 แล้วกด 2 เจ้าหน้าที่จะรับข้อมูล ตรวจสอบเบื้องต้น แล้วส่งเรื่องให้ธนาคารเจ้าของบัญชี ซึ่งตามแนวทางที่ประกาศ ศูนย์จะส่งข้อมูลให้ธนาคาร วันละสามรอบ และธนาคารตั้งเป้าปลดระงับภายใน ไม่เกิน 4 ชั่วโมง หลังได้รับเรื่อง สำหรับกรณีที่เป็นการระงับชั่วคราว
ก่อนโทร เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้พร้อม จะได้จบในสายเดียว
- เลขบัตรประชาชน และเลขบัญชีทุกบัญชีที่ถูกระงับ
- รายการเงินเข้าที่น่าจะเป็นต้นเหตุ วันที่ จำนวน ชื่อผู้โอน
- คำอธิบายว่าเงินนั้นคือค่าอะไร พร้อมหลักฐาน เช่น แชทซื้อขาย ใบสั่งซื้อ หรือหลักฐานการส่งของ
ช่องทางที่ 2 ติดต่อสาขาธนาคาร
ไปที่สาขาธนาคารเจ้าของบัญชีพร้อมบัตรประชาชน สอบถามว่าถูกระงับจากสาเหตุใดและโดยหน่วยงานใด ถ้าเป็นการระงับชั่วคราวของธนาคารเอง สาขาปลดให้ได้หลังตรวจสอบ แต่ถ้าถูกระงับตามคำสั่งของตำรวจหรือ ปปง. ธนาคารจะบอกว่าต้องไปขอหนังสือจากหน่วยงานนั้นมาก่อน ซึ่งเป็นขั้นที่ควรมีทนายช่วย
ทำทั้งสองช่องทางพร้อมกันได้ ไม่ต้องรอผลของอีกช่องทาง
เงินที่โอนเข้ามา อย่าแตะ
ถ้ามีเงินก้อนแปลกๆ โอนเข้ามาก่อนถูกระงับ อย่าถอน อย่าโอนต่อ อย่าใช้ แม้จะมีคนโทรมาขอให้โอนคืนก็ตาม เพราะคนที่โทรมาอาจเป็นมิจฉาชีพอีกชั้น ให้แจ้งธนาคารและตำรวจว่ามีเงินไม่ทราบที่มาเข้าบัญชี และให้หน่วยงานเป็นคนจัดการคืนให้ผู้เสียหายตัวจริง การเก็บเงินนั้นไว้หรือโอนออกไปอาจทำให้จากผู้บริสุทธิ์กลายเป็นผู้ต้องหาฐานรับของโจรหรือฟอกเงิน
เมื่อเรื่องกลายเป็นคดี
ถ้าติดต่อสองช่องทางแล้วยังไม่ปลด หรือได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียหายแจ้งความว่าเราคือคนหลอก แปลว่าเรื่องนี้เข้าสู่คดีอาญาแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ
- ไปให้ปากคำที่ตำรวจไซเบอร์ในฐานะพยานหรือผู้ถูกกล่าวหา โดยมีทนายไปด้วย
- เตรียมหลักฐานที่มาของเงินทุกรายการในช่วงที่ถูกตรวจสอบ ไม่ใช่แค่รายการเดียว
- ถ้า ปปง. ประกาศบัญชี ยื่นคำร้องขอเพิกถอนตามช่องทางของ ปปง.
- ถ้าเสียหายจากการถูกระงับนานเกินสมควร เช่น ธุรกิจหยุดชะงัก มีช่องทางเรียกร้องได้ แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหายและความเชื่อมโยง
กรณีนี้ต่างจากบทความ โดนหลอกลงทุนออนไลน์ บัญชีถูกอายัด ซึ่งเขียนจากมุมของผู้เสียหายที่ถูกหลอก บทความนี้เป็นมุมของคนที่รับเงินต่อโดยไม่รู้ ขั้นตอนต่างกัน อย่าเอามาปนกัน
กันไว้ก่อนสำหรับคนขายของออนไลน์
- แยกบัญชีรับเงินจากลูกค้าออกจากบัญชีเงินเดือนและบัญชีที่ผูกค่างวด ถ้าโดนระงับจะได้ไม่โดนทั้งชีวิต
- เก็บหลักฐานการซื้อขายทุกรายการ อย่างน้อยแชทและหลักฐานส่งของ ไว้ให้ค้นย้อนหลังได้
- ลูกค้าที่จ่ายจากบัญชีชื่อไม่ตรงกับคนสั่ง ให้ถามก่อนส่งของ
RPN Legal Office มีทีมที่ทำคดีไซเบอร์และสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ รับดำเนินการปลดอายัดกับตำรวจไซเบอร์และ ปปง. และดูแลเมื่อถูกเรียกในฐานะผู้ต้องหา ดูรายละเอียดที่หน้า ความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ครับ
ช่องทางและระยะเวลาในบทความอ้างอิงประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและศูนย์ AOC เมื่อเดือนกันยายน 2568 ตรวจเมื่อเดือนกันยายน 2569