โทรศัพท์ที่ทนายอาญาไม่อยากรับที่สุด คือสายที่บอกว่า เซ็นไปแล้วครับ ตำรวจบอกว่าเซ็นแล้วได้กลับบ้าน เพราะหลายอย่างที่ทำไปใน 48 ชั่วโมงแรก แก้ทีหลังยาก บทความนี้เขียนให้ทั้งคนที่ถูกจับ และญาติที่ต้องตัดสินใจแทนเขาในเวลาที่ตกใจที่สุดครับ
ตำรวจควบคุมตัวได้นานแค่ไหน
ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้ที่สถานีตำรวจได้ ไม่เกิน 48 ชั่วโมง นับจากเวลาที่มาถึงสถานี ภายในเวลานี้ตำรวจต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือปล่อยตัว ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน หรือนำตัวไปศาลเพื่อขอ ฝากขัง
การฝากขังคือการที่พนักงานสอบสวนขอให้ศาลอนุญาตให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อระหว่างสอบสวน ศาลจะอนุญาตเป็นช่วงๆ ครั้งละไม่เกิน 12 วัน และมีเพดานรวมตามอัตราโทษของข้อหา คดีทั่วไปรวมไม่เกิน 48 วัน คดีที่โทษสูงรวมไม่เกิน 84 วัน ระหว่างนี้ผู้ต้องหายื่นขอประกันตัวต่อศาลได้ทุกครั้งที่มีการฝากขัง
จุดสำคัญคือ 48 ชั่วโมงแรกเป็นช่วงที่ทนายทำอะไรได้มากที่สุด ทั้งเข้าร่วมฟังสอบสวน คัดค้านการฝากขัง และเตรียมหลักประกัน ถ้ารอให้ถึงศาลก่อนค่อยหาทนาย โอกาสหลายอย่างหายไปแล้ว
สิทธิที่กฎหมายให้ผู้ต้องหา
ตำรวจมีหน้าที่แจ้งสิทธิเหล่านี้ก่อนสอบสวน แต่ในสถานการณ์จริงคนส่วนใหญ่ฟังไม่ทัน สิทธิที่ต้องจำให้ได้คือ
- สิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ การไม่ให้การไม่ใช่การรับสารภาพ และไม่ถือเป็นพิรุธในทางกฎหมาย
- สิทธิให้ทนายความหรือคนที่ไว้ใจเข้าร่วมฟังการสอบสวน ตำรวจต้องรอให้ทนายมาถึงตามสมควร
- สิทธิพบและปรึกษาทนายเป็นการเฉพาะตัว โดยไม่มีตำรวจฟังอยู่
- สิทธิแจ้งญาติหรือคนที่ไว้ใจ ว่าถูกจับและอยู่ที่ไหน
- สิทธิได้รับการรักษาพยาบาล ถ้าเจ็บป่วย
- สิทธิยื่นขอประกันตัว ได้ทั้งชั้นตำรวจ อัยการ และศาล
ถ้าเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หรือผู้ต้องหาอายุไม่ถึง 18 ปี พนักงานสอบสวนต้องจัดหาทนายให้ถ้าผู้ต้องหาไม่มี การสอบสวนที่ไม่มีทนายในกรณีเหล่านี้มีปัญหาเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานได้
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดใน 48 ชั่วโมงแรก
ห้ามเซ็นเอกสารที่ยังไม่ได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการจับกุม บันทึกคำให้การ หรือหนังสือยินยอมให้ค้น ถ้าอ่านแล้วไม่ตรงกับที่พูด ขอแก้ก่อนเซ็น หรือขอไม่เซ็นจนกว่าทนายจะมา การไม่เซ็นไม่ใช่ความผิด
ห้ามให้การรับสารภาพเพื่อแลกกับการได้กลับบ้าน ประโยคที่ว่าเซ็นแล้วได้กลับ ในทางกฎหมายไม่มีอยู่ การรับสารภาพในชั้นสอบสวนจะตามไปถึงศาล และการกลับบ้านได้หรือไม่ขึ้นกับการประกันตัว ไม่ใช่คำให้การ
ห้ามลบข้อมูลในโทรศัพท์หรือติดต่อผู้เสียหายและพยาน เพราะอาจกลายเป็นข้อหาใหม่เรื่องยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และเป็นเหตุให้ศาลไม่ให้ประกันตัว
ห้ามเดา ถ้าจำไม่ได้ ให้บอกว่าจำไม่ได้ ไม่ต้องปะติดปะต่อเรื่องให้ตำรวจ ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในวันแรกจะถูกหยิบมาใช้ในศาลทีหลัง
ถูกเรียกไปให้ปากคำ ต่างจากถูกจับอย่างไร
หลายคนได้รับหมายเรียกหรือโทรศัพท์จากตำรวจให้ไปพบ ยังไม่ใช่การถูกจับ แต่ควรถามให้ชัดก่อนไปว่าไปในฐานะอะไร พยาน หรือ ผู้ต้องหา เพราะสิทธิและความเสี่ยงต่างกันมาก ถ้าไปในฐานะผู้ต้องหา ควรมีทนายไปด้วยตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ใช่ไปฟังก่อนแล้วค่อยหา และการไม่ไปตามหมายเรียกโดยไม่มีเหตุ อาจนำไปสู่การออกหมายจับได้
ญาติทำอะไรได้บ้าง
ญาติคือคนที่ต้องตัดสินใจเร็วที่สุดในวันนั้น ลำดับที่แนะนำคือ
- ถามให้ได้ว่าถูกควบคุมตัวที่สถานีไหน ข้อหาอะไร และจับเมื่อกี่โมง เพื่อนับ 48 ชั่วโมง
- ติดต่อทนายทันที และบอกผู้ถูกจับผ่านตำรวจว่ายังไม่ต้องให้การจนกว่าทนายจะถึง
- เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักทรัพย์สำหรับประกันตัว เช่น เงินสด สมุดบัญชี หรือโฉนด อ่านรายละเอียดได้ที่บทความ ประกันตัวต้องใช้อะไร
- อย่าติดต่อผู้เสียหายเพื่อเจรจาเอง ให้ทนายเป็นคนทำ เพราะการเจรจาผิดวิธีกลายเป็นหลักฐานได้
ทำไมต้องเป็นทนายในพื้นที่
คดีอาญาชั้นสอบสวนเป็นเรื่องของเวลา ทนายที่อยู่ในหาดใหญ่หรือสงขลาไปถึงสถานีตำรวจได้ภายในชั่วโมง รู้จักขั้นตอนของศาลจังหวัดสงขลาและศาลแขวงสงขลา และเตรียมหลักประกันได้ทันก่อนครบ 48 ชั่วโมง RPN Legal Office ดูแลตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนจบคดี ทั้งลูกความชาวไทยและชาวต่างชาติ ดูรายละเอียดที่หน้า ความเชี่ยวชาญด้านคดีอาญาชั้นสอบสวน ครับ