ถนนสายสะเดา-หาดใหญ่มีรถทะเบียนมาเลเซียวิ่งทุกวัน และทุกสัปดาห์จะมีอุบัติเหตุที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งพูดไทยไม่ได้ อีกฝ่ายพูดมลายูไม่ได้ ตำรวจอยู่ตรงกลาง แล้วทุกคนตัดสินใจกันบนความไม่เข้าใจ บทความนี้เขียนให้ทั้งฝั่งชาวมาเลเซียที่เป็นผู้เสียหาย ฝั่งที่ถูกกล่าวหาว่าผิด และคนหาดใหญ่ที่ถูกรถต่างชาติชนครับ
นาทีแรกหลังเกิดเหตุ
- แจ้งตำรวจทันที โทร 191 หรือสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ถ้ามีผู้บาดเจ็บโทร 1669 การมีบันทึกประจำวันของตำรวจคือหลักฐานชิ้นแรกที่ทั้งประกันและศาลจะถาม
- อย่าเคลื่อนย้ายรถ จนกว่าตำรวจจะมาถึง เว้นแต่กีดขวางจนอันตราย และถ้าต้องย้ายให้ถ่ายรูปตำแหน่งรถ รอยเบรก และความเสียหายไว้ก่อนทุกมุม
- ถ่ายรูปเอกสารของอีกฝ่าย ใบขับขี่ ทะเบียนรถ และกรมธรรม์ประกัน
- อย่าเซ็นเอกสารที่อ่านไม่ออก ทั้งบันทึกของตำรวจและเอกสารของประกัน ถ้าเป็นภาษาไทยขอให้มีคนแปลหรือขอเวลาให้ทนายมา
- อย่าตกลงจ่ายหรือรับเงินที่จุดเกิดเหตุ โดยยังไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บหนักแค่ไหน การตกลงยอมความที่ข้างถนนมักผูกมัดเกินที่คิด
ประกันภัยภาคบังคับสำหรับรถต่างชาติ
รถทะเบียนต่างประเทศที่ขับเข้าไทย ต้องทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ของไทย ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซื้อได้ที่ด่านตอนนำรถเข้า ประกันรถของมาเลเซียใช้แทนไม่ได้ ถ้าไม่มี นอกจากมีความผิดแล้ว เจ้าของรถต้องรับผิดชอบค่ารักษาของทุกคนที่บาดเจ็บเอง
ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. แบ่งเป็นสองชั้น
ค่าเสียหายเบื้องต้น จ่ายทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าใครผิด
- ค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
- เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร 35,000 บาทต่อคน
- ถ้าบาดเจ็บแล้วเสียชีวิตหรือพิการภายหลัง รวมกันไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน
ค่าสินไหมทดแทน จ่ายเมื่อพิสูจน์แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด
- เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน
- สูญเสียอวัยวะ 250,000 ถึง 500,000 บาทตามลักษณะ
- ค่ารักษาพยาบาลตามจริงภายในวงเงินที่กำหนด
- ค่าชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน
พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะคน ไม่คุ้มครองรถ ค่าซ่อมรถต้องไปเรียกจากประกันภาคสมัครใจหรือจากผู้ก่อเหตุโดยตรง
เรียกค่าเสียหายส่วนที่เกิน
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ที่ประมาททำให้คนอื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเรียกได้มากกว่าที่ พ.ร.บ. จ่าย ได้แก่
- ค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินวงเงิน รวมค่ารักษาต่อเนื่องในอนาคต
- ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน ทั้งระหว่างรักษาและถ้าทำงานเดิมไม่ได้อีก
- ค่าซ่อมรถ ค่าเสื่อมราคา และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
- ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะ กรณีเสียชีวิต
- ค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ความทุกข์ทรมาน กรณีบาดเจ็บสาหัส
ทางปฏิบัติคือเจรจากับบริษัทประกันภาคสมัครใจของฝ่ายผิดก่อน ถ้าตกลงไม่ได้จึงฟ้อง ข้อสำคัญคือ อายุความคดีละเมิดคือ 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด ผู้เสียหายชาวมาเลเซียที่กลับบ้านไปรักษาตัวแล้วค่อยคิดเรื่องเรียกร้อง มักมารู้ตัวตอนใกล้หมดอายุความ
ฝั่งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิด
อุบัติเหตุที่มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มี คดีอาญาฐานขับรถโดยประมาท ควบคู่กับเรื่องแพ่ง ตำรวจจะสอบสวนและอาจแจ้งข้อหา ผู้ขับขี่ชาวมาเลเซียมีสิทธิเหมือนคนไทยทุกประการ คือมีทนายร่วมฟังสอบสวน ไม่ให้การจนกว่าจะเข้าใจ และขอประกันตัว อ่านสิทธิเหล่านี้ได้ที่บทความ ถูกจับ ต้องทำอย่างไรใน 48 ชั่วโมงแรก
สิ่งที่ต่างคือเรื่องการเดินทางกลับประเทศ ถ้ามีคดีอยู่ การออกนอกประเทศระหว่างคดีอาจกระทบเงื่อนไขประกันตัวและทำให้คดีค้าง ควรให้ทนายเจรจาเรื่องค่าเสียหายกับผู้เสียหายให้จบ เพราะการชดใช้และการยอมความในคดีประมาทที่ไม่ร้ายแรงมีผลต่อการสั่งคดี และวางแผนเรื่องนัดศาลให้กลับมาน้อยครั้งที่สุด
ทำไมทนายในพื้นที่สำคัญ
คดีแบบนี้ต้องประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ บริษัทประกัน และศาลจังหวัดสงขลา ในเวลาที่ผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหาอยู่อีกประเทศหนึ่ง RPN Legal Office รับดำเนินการแทนโดยมอบอำนาจ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ และรู้ขั้นตอนของหน่วยงานในสงขลา ดูบริการสำหรับชาวต่างชาติได้ที่หน้า ความเชี่ยวชาญ ครับ
วงเงินความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ในบทความตรวจกับแหล่งข้อมูลสาธารณะเมื่อเดือนกันยายน 2569