หาดใหญ่กับมาเลเซียใกล้กันจนหลายคนลืมว่าเป็นคนละประเทศ ชาวมาเลเซียขับรถข้ามด่านสะเดามากินข้าว ซื้อของ ทำธุรกิจ แล้วกลับบ้านในวันเดียวเป็นเรื่องปกติ และเพราะเข้าไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หลายคนจึงเข้าใจว่าจะมาทำอะไรก็ได้ รวมถึงทำงาน
คำถามที่ผมได้รับทั้งจากฝั่งชาวมาเลเซียและฝั่งเจ้าของธุรกิจในหาดใหญ่คือ ตกลงต้องมี Work Permit ไหม คำตอบคือ โดยหลักต้องมีครับ และข้อยกเว้นแคบกว่าที่คิด
ยกเว้นวีซ่า ไม่ได้แปลว่ายกเว้นใบอนุญาตทำงาน
ชาวมาเลเซียเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ตามความตกลงระหว่างประเทศ แต่สิทธินี้เป็นสิทธิ เข้ามาและอยู่ระยะสั้น เพื่อท่องเที่ยวหรือติดต่อธุระ ภายใต้ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
ส่วนการทำงานอยู่ภายใต้กฎหมายอีกฉบับคือ พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดว่าคนต่างด้าวจะทำงานได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงาน โดยไม่ได้แยกว่าสัญชาติไหนเข้าง่ายหรือเข้ายาก ชาวมาเลเซียจึงอยู่ในเกณฑ์เดียวกับชาวต่างชาติสัญชาติอื่นทุกประการ
พูดให้ชัด การเข้าไทยได้ง่ายเป็นเรื่องของกฎหมายคนเข้าเมือง การทำงานได้หรือไม่เป็นเรื่องของกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว สองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน
กรณีที่เข้าข่ายทำงาน
จากที่เจอในหาดใหญ่ กรณีที่มักเข้าข่ายการทำงานและต้องมีใบอนุญาต ได้แก่
- เป็นลูกจ้างของร้านหรือบริษัทในหาดใหญ่ ไม่ว่าจะได้ค่าจ้างเป็นเงินหรือสิ่งอื่น
- ร่วมลงทุนเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือคลินิกความงาม แล้วเข้ามาลงมือทำงานในร้านเอง
- ถือหุ้นในบริษัทไทย และเข้ามาบริหาร สั่งงาน หรือดูแลกิจการเป็นประจำ
- รับงานให้ลูกค้าในไทย เช่น ตกแต่งภายใน ติดตั้งระบบ สอน หรือให้คำปรึกษาโดยมีค่าตอบแทน
- เป็นเชฟ ช่าง หรือผู้เชี่ยวชาญที่ถูกเชิญมาทำงานในกิจการช่วงหนึ่ง แม้ไม่ยาว
ข้อที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือ การถือหุ้น การเป็นผู้ถือหุ้นอย่างเดียวไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน แต่ทันทีที่เข้ามาทำงานในกิจการนั้น ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่าเจ้าของหรือหุ้นส่วน ก็ถือเป็นการทำงาน
กรณีที่โดยทั่วไปไม่ต้องมี
กฎหมายกำหนดกิจกรรมบางอย่างที่คนต่างด้าวเข้ามาทำได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน เช่น การเข้ามาประชุม เจรจาธุรกิจ ดูงาน หรือติดต่อในลักษณะที่ไม่ได้ลงมือทำงานให้กิจการในไทย และมีกิจกรรมระยะสั้นเร่งด่วนบางประเภทที่ใช้วิธีแจ้งแทนการขออนุญาตเต็มรูปแบบ
แต่เส้นแบ่งอยู่ที่ ลักษณะกิจกรรมจริง ไม่ใช่ชื่อที่เรียก ชาวมาเลเซียที่มาประชุมกับคู่ค้าครึ่งวันแล้วกลับ ต่างจากคนที่มาประชุมแล้วอยู่ควบคุมการผลิตต่ออีกสองสัปดาห์ กรณีหลังเข้าข่ายทำงานแม้จะเรียกว่ามาดูงานก็ตาม
ฝั่งคนหาดใหญ่ที่จะร่วมธุรกิจกับชาวมาเลเซีย
เรื่องนี้ไม่ใช่ความเสี่ยงของฝั่งมาเลเซียคนเดียว นายจ้างหรือหุ้นส่วนชาวไทยที่ให้คนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต มีความรับผิดตามกฎหมายด้วย และถ้าเป็นบริษัท กรรมการคือคนที่ต้องรับผิดชอบ
ก่อนเริ่มธุรกิจร่วมกัน ควรตกลงให้ชัดว่าฝั่งมาเลเซียจะมีบทบาทแบบไหน ถ้าจะเข้ามาทำงานจริง ต้องวางเรื่องวีซ่า Non-B และใบอนุญาตทำงานให้เสร็จก่อนเปิดกิจการ ไม่ใช่เปิดก่อนแล้วค่อยแก้ เพราะระหว่างนั้นทุกวันที่เขาลงมือทำงานคือความเสี่ยงของทั้งสองฝ่าย
ทางที่ถูกต้องคืออะไร
ถ้าชาวมาเลเซียตั้งใจจะทำงานหรือบริหารกิจการในหาดใหญ่จริง ลำดับที่ควรทำคือ
- ตรวจว่างานหรือตำแหน่งนั้นคนต่างด้าวทำได้ตามกฎหมาย
- ให้บริษัทหรือกิจการในไทยเตรียมเอกสารฝั่งนายจ้างให้ครบ
- ขอวีซ่าประเภทที่ทำงานได้ โดยทั่วไปคือ Non-Immigrant B จากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในมาเลเซีย
- เข้ามาแล้วยื่นขอใบอนุญาตทำงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลา แล้วขยายเวลาพำนักให้สอดคล้อง
ข้อดีของชาวมาเลเซียคือใกล้บ้าน การกลับไปขอวีซ่าที่ถูกต้องแล้วเข้ามาใหม่ใช้เวลาไม่มาก ไม่คุ้มเลยที่จะเสี่ยงทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตเพื่อประหยัดเวลาไม่กี่วัน
RPN Legal Office ให้คำปรึกษาได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สำหรับชาวมาเลเซียที่จะมาทำงานหรือลงทุนในหาดใหญ่ และสำหรับเจ้าของธุรกิจไทยที่จะจ้างหรือร่วมทุนกับชาวต่างชาติ ดูรายละเอียดที่หน้า วีซ่าและใบอนุญาตทำงานชาวต่างชาติ หรืออ่านเรื่อง วีซ่ากับ Work Permit ต่างกันอย่างไร ประกอบได้ครับ